มหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับการสถาปนาเมื่อปี พ.ศ.2486 ในระยะแรกได้มีการจัดตั้งคณะวิชาทางด้านศิลปะและโบราณคดีรวมทั้งสิ้น 4 คณะ ณ วังท่าพระ กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อผู้แทนขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมต่อของสหประชาชาติได้ให้คำแนะนำในการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยให้มีลักษณะสอดคล้องกับหลักการสากล คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาโครงการปรับปรุงมหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อขยายการศึกษาวิชาต่างๆโดยไม่จำกัดเฉพาะศิลปะและโบราณคดีเท่านั้น

ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร จึงได้ดำเนินการจัดตั้งคณะอักษรศาสตร์ขึ้นเป็นคณะวิชาลำดับที่ 5 และเป็นคณะวิชาแรกของวิทยาเขตแห่งใหม่ คือ วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ณ จังหวัดนครปฐม โดยเริ่มเปิดสอนนักศึกษารุ่นแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2511 และคณะอักษรศาสตร์ได้ถือวันดังกล่าวเป็นวันสถาปนาคณะฯ ตลอดมา

มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คือ แสงแห่งปัญญาแก่มนุษยชาติ ให้ตระหนักในรากเหง้าและแก่นแท้แห่งตัวตนและสังคม บังเกิดจิตวิญญานอันเป็นอิสระ และเป็นไทจากอวิชชาทั้งปวง

คณะอักษรศาสตร์มุ่งมั่นที่จะดำรงความเป็นเลิศทางวิชาการและความเป็นสากล สร้างสรรค์ทรัพยากรมนุษย์ให้ถึงพร้อมด้วยคุณภาพ และศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ แสวงหาพัฒนาและสั่งสมองค์ความรู้ให้เกิดความเจริญงอกงามทางปัญญา อีกทั้งเป็นผู้ชี้นำทิศทางสืบทอดเจตนารมณ์ที่ดีของสังคม เพื่อความคงอยู่ ความเจริญและความเป็นอารยะของชาติ

เป็นเลิศด้านการศึกษาในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บูรณาการศาสตร์และศิลป์ เพื่อพัฒนาคณะและสังคมสู่ความยั่งยืน

ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของสังคม ประเทศ และตลาดแรงงาน

ผลิตผลงานวิจัย งานสร้างสรรค์
มีการบูรณาการข้ามศาสตร์สะท้อนสมรรถนะหลักของคณะ และผลงานได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ

บริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมด้วยการบูรณาการข้ามศาสตร์ สร้างองค์กรและสังคมแห่งความยั่งยืน

พัฒนาการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ บริหารด้วยหลักธรรมาภิบาล สร้างความผูกพันให้แก่องค์กร

Wisdom

ภูมิปัญญา

Integration

ผสานองค์ความรู้

System

จัดการอย่างเป็นระบบ

Engagement

มีส่วนร่วมกับองค์กร

เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายศาสตร์อย่างมีคุณภาพ ทำให้ผู้เรียนสามารถผสานศาสตร์และศิลป์เพื่อให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม

ต่อยอดความเชี่ยวชาญ บูรณาการองค์ความรู้ อย่างมีส่วนร่วม และจัดการอย่างเป็นระบบ

สีน้ำไหล

” ดาวอักษร “

มองดาราดาดาษนภา เรียงรายมากมายเหลือคณา ดาวหนึ่งช่างงามเหนือดาวใด
แสงแวววามงามจับฤทัย เทวีแห่งดาวหรือไร จึงได้เด่นเป็นขวัญดารา
ชนนิยมชมชื่นขวัญตา ดาวอักษรศาสตร์โสภา ทรงค่าด้วยคุณความดีงาม
ดาวอักษรเคียงคู่ฟ้าศิลปากร เธอคงได้พรเทพองค์ใดในสวรรค์
แสงเรืองรองเพ็ญผ่องพระจันทร์ ยังเลือนหมดสิ้นแสงพลัน พ่ายดาวอักษร